เปตรา (จากภาษากรีก πέτρα แปลว่าหิน ภาษาอารบิก البتراء) คือ นครหินแกะสลักโบราณที่ซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลเดดซีกับอ่าวอะกาบาในประเทศจอร์แดน นครนี้แต่เดิมนั้นเป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ซึ่งต่อมาถูกละทิ้งเป็นเวลานานกว่า 700 ปี จนเมื่อมีนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท เดินทางผ่านมาพบเห็นเข้าเมื่อปี พ.ศ. 2355 (ค.ศ. 1812) นครเปตราได้รับลงทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2528 โดยกล่าวอธิบายไว้ว่า “เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ” (one of the most precious cultural properties of man’s cultural heritage) โดยปัจจุบันสามารถเดินทางเข้าไปโดยอาศัยม้าเท่านั้น

               นครเปตรา (Petra) มหานครศิลาทรายสีชมพูหรือนครสีดอกกุหลาบ เป็นเมืองหินที่แกะสลักอย่างประณีตงดงาม ตั้งอยู่ในเมืองอัมมาน ประเทศจอร์แดน เป็นเสมือนศูนย์กลางแห่งตะวันออกกลาง นครหินแห่งนี้อยู่ในหุบเขาระหว่างทะเลเดดซีกับอ่าวอะกาบา ผู้สร้างนครเปตราคือชาวนาบาเทียน ชนเผ่าที่สกัดผาหินทรายสร้างเป็นบ้านเมือง แต่ก่อนที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายยางไม้หอมและกำยานที่สำคัญของโลกตะวันออก การล่มสลายของเมืองเปตราเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 649 เนื่องจากมีการก่อตั้งเมืองใหม่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยกว่าหลายเมือง ทำให้นครเปตราเริ่มเสียดุลการค้า โดนรุกราน และไม่มีผู้คนอยู่อาศัยในที่สุด

นอกจากจะเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่แล้ว นครเปตรายังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ พ.ศ. 2528 และได้รับการกล่าวถึงว่า เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติที่ล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่ง นครเปตรามีขนาดใหญ่และกว้างมาก ถ้าใครอยากเที่ยวให้ทั่วอาจต้องใช้เวลาหลายวัน ไฮไลท์ของที่นี่คือมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์เอล-คาซเนท์ วิหารแกะสลักบนภูเขาสีชมพูซึ่งสวยงามอย่างมากจนถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง อินเดียน่า โจนส์ ในภาคขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าด้วย