Today June 23, 2021

ลงประกาศขายบ้านฟรี

ซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง

สำหรับปัญหาประจำตัวสาวๆ ก็คงเป็นอาการบวมน้ำ ในช่วงมีประจำเดือน เพราะเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย บางทีในช่วงมีประจำเดือนก็ไม่ได้มีแค่อาการบวมน้ำเท่านั้น แต่ยังมี ปวดท้อง ปวดขา หรือปวดหลัง อ่อนเพลียจนไม่อยากทำอะไร ที่หนักสุดคือ หน้าบวม ตัวบวม พุงป่องรู้สึกว่าดูตัวหนากว่าปกติ ทำให้เราหงุดหงิดอารมณ์ไม่แจ่มใสไปด้วย วันนี้เราเลยนำบทความมีอาการบวมน้ำ ในช่วงมีประจำเดือนทำอย่างไรดี มาฝากคุณสาวๆ ถ้าไม่อยากตัวบวมเชิญมารวมกันตรงนี้ได้เลย อาการบวมน้ำช่วงมีประจำเดือนเกิดจากอะไร? ในช่วงมีรอบเดือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย หนึ่งในนั้นคือฮอร์โมนเอสโทรเจน และโพรเจสเทอโรน ซึ่งทำให้น้ำถูกขับออกจากร่างกายได้น้อยลง น้ำจึงมักสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ท้อง ต้นขา แขนพุง ใบหน้า หรือเท้า ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวดูหนาๆ อ้วนๆ ขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงนี้เราสามารถป้องกันและรักษาได้เช่นกันค่ะ วิธีลดอาการบวมน้ำในช่วงมีประจำเดือน 1. ลดทานเค็มและเสริมแร่ธาตุโพแทสเซียม ช่วงมีประจำเดือนให้สาวๆ งดตามใจปาก งดอาหารรสเค็มที่มีโซเดียมสูง ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ตัวบวม ควรเน้นทานผักผลไม้ให้มาก ดื่มน้ำเปล่าสะอาดอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อให้น้ำไปช่วยขับโซเดียมในตัวเราออกมา นอกจากนี้ควรทานอาหารที่ประกอบด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียมให้มากขึ้น โดยโพแทสเซียมจะช่วยควบคุมระดับของเหลวให้อยู่ในปริมาณพอเหมาะ และช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกายอีกด้วย 2. นวดกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต อาการบวมน้ำที่รุนแรงมากที่สุดที่สาวๆ น่าจะเคยเป็นกัน ได้แก่ หน้าบวมและแขนขาบวม […]

ในปัจจุบันชีวิตของคนเราในแต่ละวันนั้นต้องมีความเร่งรีบ ทำให้ไลฟ์สไตล์ของสาวๆ ก็ต้องเปลี่ยนผันตามไปด้วย รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารของสาวๆ ที่เน้นความสะดวกสบาย อร่อยเพลินจนลืมคุณค่าทางโภชนาการ ถ้าไลฟ์สไตล์ยังเป็นแบบนี้อยู่ ร่างกายอาจขาดวิตามินเรื้อรังไม่รู้ตัว และการขาดวิตามินนั้นอาจจะทำให้ร่างกายพัง และเป็นอันตรายได้ เราจึงมีบทความมาฝากกัน เพื่อให้สาวๆได้สำรวจว่าเรานั้นขาดวิตามินขนิดใดหรือไม่ จะได้เตรียมตัวทันก่อนสายเกินไป แล้วในอนาคตอันใกล้ของสาวๆ จะเป็นอย่างไรล่ะ มาดูกันเลย 1. ขาดวิตามิน A สาวๆ ที่ขาดวิตามิน A นั้นจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียง่าย ตาแห้ง เส้นผมและเล็บไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานโรคต่ำ วิตามิน A พบได้ในน้ำมันตับปลา เครื่องในสัตว์ ไข่แดง ผลิตภัณฑ์จากนม แครอท ผักโขม ข้าวโพด มันฝรั่ง ฟักทอง คะน้า เป็นต้น 2. ขาดวิตามิน B ขาดวิตามิน B จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย มีอาการซึมเศร้า เบื่ออาหาร บ้างก็เริ่มมีอาการชาตามปลายประสาทมือและเท้า บางรายอาจเป็นปากนกกระจอก ผิวหนังบอบบางแพ้ง่าย และมีภาวะโลหิตจางด้วย วิตามิน B พบได้ในเนื้อหมู ข้าวซ้อมมือ […]

            ข้าวนับเป็นอาหารหลักของคนไทยที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความอร่อยและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งนอกจากคนไทยจะนำข้าวมาหุงรับประทานคู่กับกับข้าวได้แล้ว ยังสามารถนำมันมาแปรรูปให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนน้ำนมวัวได้อีกด้วย แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะยังคงคุ้นเคยและรับประทานนมวัวกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่การรับประทานนมวัวก็มีข้อเสียบางอย่างที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป เพราะเห็นว่าเป็นแหล่งอาหารที่น่าจะมีคุณประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า หากเปรียมเทียบส่วนประกอบใน ‘นมวัว’ และ ‘นมข้าว’ ก็ยังพบความแตกต่างกันด้วย โดยในนมข้าวจะมีคาร์โบไฮเดรตสูงกว่า และมีโปรตีนต่ำกว่านมวัว ดังนั้น การดื่มนมข้าวจึงมีผลจะให้ร่างกายย่อยและดูดซึมได้ง่ายกว่า อีกทั้งนมข้าวไม่มีส่วนประกอบของคอเลสเตอรอล เนื่องจากไม่ได้มาจากวัตถุดิบที่เป็นไขมันจากสัตว์ เครื่องดื่มชนิดนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับคนป่วยโรคหัวใจ หรือผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูง ซึ่งแม้ว่านมข้าวบางชนิดอาจจะมีส่วนผสมของไขมันอื่นๆบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นไขมันจากพืชที่มีอยู่ในปริมาณไม่มาก และเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ในด้านของการดูดซึมสารอาหารจากนมวัวเข้าสู่ร่างกาย พบว่า มนุษย์เราสามารถดูดซึมโปรตีนได้เพียงแค่ร้อยละ 82 ส่วนอีกร้อยละ 18 จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายไม่ได้ และโปรตีนส่วนนี้จะถูกแบคทีเรียย่อยสลาย จนเกิดเป็น Immune Complex หรือสารก่อภูมิแพ้ตัวใหม่ๆที่อาจทำอันตรายแก่ร่างกายได้ ส่วนประโยชน์ในด้านการบำรุงกระดูก ก็พบว่าในนมวัวจะมีแคลเซียมอยู่ประมาณ 3 ส่วนและฟอสฟอรัส 2 ส่วน การดื่มนมวัวมากกว่า 500 มิลลิลิตร จะส่งผลให้ร่างกายได้รับปริมาณฟอสฟอรัสที่มากเกินจำเป็น ซึ่งฟอสฟอรัสที่มากเกินไปนี้จะกระตุ้นต่อมพาราไทรอยด์ให้หลั่งฮอร์โมนออกมาสลายกระดูก จนเป็นเหตุให้มวลหรือเนื้อกระดูกบางลง หรือทำให้กระดูกไม่แข็งแรงตามอย่างที่ควรจะเป็น แต่ในกรณีของนมข้าวจะไม่พบปัญหาเช่นนี้เนื่องจากมีโปรตีน […]

Top