Today April 20, 2021

ลงประกาศขายบ้านฟรี

ซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง

หม่าล่าคืออะไร ทำไมคนไทยถึงติดใจกันนัก

ถ้าให้พูดถึงอาหารที่ฮิตมากตอนนี้ ก็คงขาด หม่าล่า ไปไม่ได้เลย เพราะกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน แผงขายหม่าล่าก็จะมีให้เราเห็นอยู่ตลอด หลายๆคนนั้นคงจะได้ลองกันไปบ้างแล้ว ติดใจก็มี ไม่ชอบก็มี แต่รู้ไหมว่าหม่าล่าคืออะไร  ทำไมคนไทยถึงติดใจกันนัก วันนี้เรามีข้อมูลมาฝากกัน

หม่าล่า คืออะไร
หากถามว่า หม่าล่าคืออะไรนั้น ความจริงแล้วหม่าล่าไม่ใช่อาหาร แต่เป็นรสชาติ มาจากการรวมตัวอักษรจีน 2 ตัว คือ หม่า คือ การทำให้ชา และ ล่า คือ เผ็ดฉุน รวมกันแล้วจึงแปลว่า “ความเผ็ดฉุนที่ทำให้ชา” เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะทำให้ลิ้นและภายในปากของเรารู้สึกชานั่นเอง

ประวัติของหม่าล่า
ต้นกำเนิดที่ชัดเจนของหม่าล่ายังไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าเริ่มต้นจากเมื่อใดและที่ใด แต่มีแหล่งข้อมูลหลายแห่งระบุว่า น่าจะเริ่มต้นมาจากตลาดกลางคืน ที่ครัวของท่าเรือในนครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 ด้วยรสชาติที่เข้มข้น เผ็ดร้อน ให้ความรู้สึกอบอุ่น และชั้นน้ำมันหนาที่ช่วยถนอมอาหาร รวมถึงช่วยกำจัดกลิ่นคาวที่ไม่พึงประสงค์ของอาหารที่มีราคาถูกหรือกลิ่นสาบของเนื้อสัตว์ เช่น เลือดที่แข็งตัว กระเพาะและไตของเนื้อสัตว์ ทำให้มีการนำซอสหม่าล่ามาทำอาหารให้กับคนงานในท่าเรือนั่นเอง

ความเผ็ดของหม่าล่า มาจากไหน
ความเผ็ดนั้นมาจากพริกไทยเสฉวน (Sichuan Peppercorn) หรือฮวาเจียว (huājiāo) มีรูปร่างคล้ายกับพริกไทย และรสชาติคล้ายกับมะแขว่นในบ้านเรา ผสมกับเครื่องเทศอีกหลายชนิด นำมาคั่วกับน้ำมันจนกลายเป็นซอสหม่าล่า เป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญของอาหารจีนเสฉวน โดยเฉพาะอาหารของนครฉงชิ่ง ต่อมาได้แพร่หลายออกไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศจีน จนในที่สุดก็ได้กระจายความนิยมออกมาสู่ประเทศไทยบ้านเราด้วย

ซอสหม่าล่า ถูกนำมาใช้ในการปรุงอาหารมากมายหลากหลายวิธี ตั้งแต่ ผัด ต้ม ตุ๋น ซุป หม้อไฟหรือหม้อจุ่ม หรือทำเป็นน้ำจิ้ม และในมณฑลเสฉวนและยูนนาน จะมีผงหม่าล่า (málàfĕn) สำหรับปรุงรสอาหารที่เอาไว้โรยบนขนมของว่างหรืออาหารข้างทางต่าง ๆ เช่น เต้าหู้เหม็น มันฝรั่งทอด และบาร์บีคิวเนื้อและผักเสียบไม้ เป็นต้น

ส่วนผสมหลักของหม่าล่า
หม่าล่า มีส่วนผสมสำคัญหลัก ๆ คือ พริกไทยเสฉวน พริกแห้ง พริกป่น ซอสโต้วป้าน (ซอสถั่วที่มีความเผ็ด เป็นเครื่องปรุงรสชนิดหนึ่งของจีน คล้าย ๆ น้ำพริกเผาของบ้านเรา) กานพลู กระเทียม โป๊ยกั๊ก กระวานดำ ยี่หร่า ขิง อบเชย เกลือ และน้ำตาล ส่วนผสมต่าง ๆ เหล่านี้จะนำไปเคี่ยวกับไขกระดูกของวัวและน้ำมันพืชเป็นเวลาหลายชั่วโมง เมื่อได้ที่ก็จะนำไปบรรจุลงขวดโหลเพื่อเก็บต่อไป ทั้งนี้ สามารถเพิ่มสมุนไพรและเครื่องเทศอื่น ๆ เช่น ขิงทราย แปะจี้ และเมล็ดงาดำ เพื่อสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ได้ ซึ่งแต่ละบ้านแต่ละครัวก็จะมีสูตรเฉพาะเป็นของตัวเอง เพราะใช้เครื่องเทศหรือส่วนผสมที่อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้

หม่าล่า กับรสนิยมการกินของคนไทย
ความฮิตของหม่าล่าที่เข้ามามีบทบาทในวงการอาหารของเมืองไทย เริ่มต้นมาจากภาคเหนือค่ะ จังหวัดเชียงใหม่ถือว่าเป็นจังหวัดแรก ๆ เลยที่รับเอาวัฒนธรรมหม่าล่าเข้ามา ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของปิ้งย่าง เช่น เนื้อสัตว์และผักเสียบไม้ย่างแล้วโรยผงหม่าล่าเพิ่มความเผ็ดร้อน และในปัจจุบันได้กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ประยุกต์ให้มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ชาบู สุกี้ หม้อไฟ และอาหารจานเดียวต่าง ๆ เพราะหม่าล่านั้นสามารถทำมาปรุงอาหารได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด ปิ้งย่าง หม้อจุ่ม ที่เห็นบ่อยและนิยมกันในบ้านเรา ได้แก่

– ใช้ซอสทาให้ชุ่มบนเนื้อสัตว์และผักเสียบไม้ย่าง และอาจจะโรยผงหม่าล่าอีกรอบ เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นขึ้น
– ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำซุปหม่าล่าในร้านชาบู
– ใช้ซอสเป็นเครื่องปรุงในการผัดเนื้อสัตว์และผักต่าง ๆ
– ใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำจิ้มต่าง ๆ เช่น น้ำจิ้มหมูกระทะ สูตรหม่าล่า

เราก็ได้รู้กันแล้วว่า หม่าล่าคืออะไร ทำไมคนไทยถึงติดใจกันนัก ก็เพราะว่าหม่าล่านั้นเป็นอาหารที่รสชาติจัดจ้าน และคนไทยก็มักจะรสชาติเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้รับความนิยมและฮิตติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถนำไปประยุกต์กับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างอิสระอีกด้วย

Tags: , ,

Marc King

info

Top